ตามความคิดของ Kingley
David & Wilbert Moore คิงเลย์ เดวิด และวิลเบริต์
มัวร์ ทั้งสองคิดว่า
การจัดชนชั้นทางสังคม (Social Stratification) เป็นสากลและจำเป็นทุกสังคมต้องมีชนชั้น
ชนชั้นมาจากเจตจำนงในการทำหน้าที่
1.
ในด้านโครงสร้าง
มองว่าการจัดชนชั้นได้จัดบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ที่ได้รับความนับถือตาม (ค่านิยม) โดยมีเหตุจูงใจ 2
ประการ
1.1
ปลูกฝังให้บุคคลอยากเข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนด
1.2
ทำตามบทบาทในตำแหน่งที่สังคมคาดหวังไว้
ดังนั้นการจัดบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่เหมาะสมจึงเป็นระบบทางสังคมในทฤษฎีโครงสร้าง-หน้าที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งจำเป็นพื้นฐานต่อหน้าที่หลักของสังคม
(The Functional Prerequisite of Society ) ในการนิยามหน้าที่พื้นฐาน
(Prerequisite) ก่อนเกิดหน้าที่ของระบบปฏิบัติการ (Action
System) มี 4 อย่าง คือ
1.
การปรับตัว (Adaptation)
2.
การบรรลุเป้าหมาย (Goal Attainment)
3.
บูรณาการ (Integration)
4.
การธำรงไว้ซึ่งแบบแผน (Pattern
Maintenance)
สังคมเกิดจาการต้องการอยู่รวมกันแบบสมานฉันท์ของสมาชิกในสังคม
สิ่งที่ทำให้เกิดการสมานฉันท์ที่สมบูรณ์แบบคือ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Potential Communication) หมายถึง
ระบบสัญลักษณ์ร่วม (Shared Symbolic systems )โดยผ่านการเรียนรู้ระเบียบทางสังคม
(Socialization)
สังคมต้องมีเป้าหมายร่วมกัน
ถ้าต่างกันจะเกิดความวุ่นวาย ด้วยเหตุนี้สังคมจำเป็นต้องมีวิธีการในการกำหนดเป้าหมาย
โดยใช้ระบบบรรทัดฐาน (Normative System) , ความสำเร็จของบุคคล ถ้าไร้บรรทัดฐานแล้ว
สังคมจะไร้ระเบียบและเดือดร้อน
สังคมต้องมีระบบการเรียนรู้
สำหรับคนในสังคมต้องเรียนสิ่งต่างๆ ทั้งสถานภาพในระบบชนชั้น ค่านิยมร่วม
จุดหมายที่ยอมรับร่วมกัน การรับรู้ร่วมกัน ตลอดจนการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก
จึงช่วยให้เกิดความร่วมมือและปฏิบัติที่สอดคล้องกับบรรทัดฐาน
สังคมต้องมีมาตรการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ ยอมรับในค่านิยมที่เหมาะสม เขาจะประพฤติอยู่ในกรอบของความถูกต้องดีงาม
โดยความสมัครใจ
ทฤษฎีหน้าที่นิยมของทัลคอตต์
พาร์สันส์ (Talcott Parsons’s Structural Functionalism) 4 ประการ ที่จำเป็นต่อระบบต่าง ๆ คือ
1.
Adaptation = การปรับตัว
ระบบต้องจำเป็นปรับให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ในภายนอก คือ ปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อมและความต้องการของสังคม
2.
Goal Attainment = การบรรลุเป้าหมาย
ระบบจะต้องกำหนดและตอบสนองต่อเป้าหมายหลัก
3.
Integration = บูรณาการ ระบบจะต้องกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ
และจะต้องจัดการความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่พื้นฐานอื่น ๆ
4.
Latency (Pattern Maintenance) ระบบต้องธำรงและพื้นฟู
แรงจูงใจของปัจเจกบุคคลและแบบบรรยายทางวัฒนธรรมที่นร้างรักษาแรงจูงใจนั้นไว้
สิ่งจำเป็นพื้นฐานด้านหน้าที่ 4 ประการนี้
จะต้องเกี่ยวข้องระบบการกระทำ (Action system) 4 อย่างคือ
1.
อินทรีย์ทางชีววิทยา (Biological Organism)
ทำหน้าที่ในการปรับตัว
2.
ระบบบุคลิกภาพ (Personality System) ทำหน้าที่ในการบรรลุ
เป้าหมาย
3.
ระบบสังคม (Social system) ดูแลเกี่ยวกับการบูรณาการ
โดยควบคุม
ส่วนต่าง ๆ
4.
ระบบวัฒนธรรม (Cultural system) ทำหน้าที่ในการธำรงแบบแผน
โดยกำหนดบรรทัดฐานและค่านิยมแก่ผู้ปฏิบัติ
พาร์สันค้นพบระบบจากความเป็นระเบียบทางสังคม
1. ระบบต่างมีความเป็นระเบียบ
เป็นคุณลักษณะและหลายส่วนต้องพึ่งพาอาศัยกัน
2. ระบบมีแนวโน้มไปสู่การมีระเบียบแก่ตัวเอง
หรือเรียกว่า “ดุลยภาพ”
(Equilibrium)
3. ระบบอาจมีลักษณ์สถิตย์ (Static)
หรือเป็นพลวัตร (Change) ก็ได้
4. ส่วนหนึ่งของระบบต้องมีผลกระทบต่อมีส่วนหนึ่งเสนอ
5. ระบบมีขอบเขตภายในสภาพแวดล้อมนั้น
6.
การแบ่งสรรและบูรณาการ (จัดการ) เป็นกระบวนการพื้นฐานสำหรับการสร้างดุลยภาพในระบบ
7. ระบบต่างมีแนวโน้มที่รักษาไว้ขอบเขตและความสัมพันธ์ของส่วนร่วมที่มีต่อส่วนรวมและควบคุมความแตกต่าง
และการเปลี่ยนแปลงภายในระบบไว้
ระบบสังคม (Social System)
Pansons เริ่มความคิดเกี่ยวกับระบบสังคม ในระดับดุลภาค (Micro Level) ด้วยการปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวเอง (ego) กับผู้อื่น (Alter
ego) โดยนิยมว่าระบบหน้าที่
|
|
|
|
|
|
วัฒนธรรม
|
|
|
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น